ลูทีนคืออะไร - WINN LUTEIN 90%

Go to content
ลูทีน (Lutein) คืออะไร ?
               ลูทีน (Lutein) เป็นสารในตระกูลแคโรทีนอยด์ (สารสีเหลือง) ในธรรมชาติซึ่งมีหลายร้อยชนิด แต่มีเพียง 2 ชนิดเท่านั้นที่มีคุณประโยชน์ต่อดวงตา ได้แก่ ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) หากทานบำรุงในปริมาณที่เหมาะสม ต่อ 1 วัน กล่าวคือ คือ 6-10 มิลลิกรัมต่อวัน จะมีประสิทธิภาพในการบำรุงดวงตา และ ลูทีน จะไม่ส่งผลประทบต่อสุขภาพหากไม่ทาน ลูทีนเกิน 20 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งในปัจจุบันสำนักงานอาหารและยาทั้งในประเทศไทยและ สหรัฐอเมริกา สามารถให้ใบรับรอง (อย.) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลูทีนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ลูทีน (Lutein) สำคัญต่อดวงตาอย่างไร ?
               ลูทีน (Lutein) เป็นสารอาหารที่มนุษย์ได้รับจาก น้ำนมแม่ ตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งการได้รับสารอาหารที่เพียงพอเด็กจะมีพัฒนาการดวงตา สายตาและการมองเห็นที่สมบูรณ์ และลูทีนจะเริ่มลดลงเมื่ออายุประมาณ 15 ปีขึ้นไป
               ลูทีน (Lutein) จะพบมากในบริเวณ จอประสาทตา (Ratina) ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่มีหน้าที่ในการปกป้องดวงตาจากแสงจากธรรมชาติ โดยเฉพาะการดูดซับแสงสีฟ้า (Blue light) ก่อนเข้ามาสร้างอนุมูลอิสระที่ทำลายประสาทตา ตลอดจน ป้องกัน ลดความเสี่ยงอาการจอประสาทตาเสื่อม (AMD) และโรคเกี่ยวกับจอประสาทตาทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้
นอกจากสารลูทีนจะพบมากบริเวณดวงตาแล้ว ยังพบมากในส่วนสมองด้านการมองเห็น ถึงร้อยละ 66 จึงมีความเชื่อว่าจะมีส่วนช่วยเรื่องประสิทธิภาพในการรับภาพและส่งต่อไปยังสมอง
มนุษย์ไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์ ลูทีน (Lutein) ขึ้นมาเองได้
               ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสร้าง หรือ สังเคราะห์สารลูทีนขึ้นมาใช้เองได้ แต่จะต้องรับลูทีนจาก อาหารที่ทานเข้าไปเท่านั้น เนื่องจาก ลูทีน เป็นสารประกอบที่จัดอยู่ในกลุ่มของแคโรทีนอยด์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามิน A ได้ (non - provitamin A carotenoids) โดยทั่วไปร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างสารประกอบชนิดนี้ได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหารและการทานเข้าไปเท่านั้น
ซึ่งตั้งแต่แรกเกิดเด็กทารกจะได้รับจาก น้ำนมของแม่ ซึ่งจะมีลูทีนที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งเมื่ออายุประมาณ 15 ปีขึ้นไป ลูทีนที่ได้รับจากแม่จะเริ่มลดลง ยิ่งอายุมากเท่าไหร่ ลูทีน จะน้อยลงเท่านั้น ร่างกายถึงต้องได้รับลูทีนอย่างต่อเนื่อง จากอาการทานอาหาร ซึ่งอาหารที่มีลูทีนสูง ได้แก่ ไข่แดง ตลอดจนผัก ผลไม้ โดยเฉพาะที่มีสีเหลือง เช่น แครอท ฝักทอง ผักโขม บรอกโคลี โกจิเบอร์รี พริก ถั่วลันเตา ผักกาด ถั่วพิสตาชิโอ เป็นต้น ในทางการผลิตอาหารเสริมนั้นจะนิยมสกัดสารลูทีนจาก ดอกดาวเรือง เนื่องจากอุดมไปด้วยลูทีนธรรมชาติ จะสังเกตได้จากเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ไข่จะนิยมใช้ ดอกดาวเรืองผสมอาหารให้ไก่กิน ซึ่งผลที่ได้คือ ไข่แดงของไก่จะมีสีเหลืองสวยเป็นธรรมชาติ
หากถามว่าการทานาหารที่มี ลูทีนเกินขนาด หรือเกิน 20 มิลลิกรัมต่อวัน จะมีผลข้างเคียงหรือไม่ สามารถตอบได้เลยว่าอาจมี แต่ไม่อันตรายมากนัก โดยปกติแล้วการทานลูทีน เกินขนาดติดต่อกันเป็นเวลานานนั้นจะทำให้ ส่งผลกระทบต่อตับ และทำให้ร่างกายออกเหลือง (ตัวเหลือง) แต่หากหยุดพักการททานอาหารที่มีลูทีนสูงไปสักระยะ ร่างกายจะกลับมาทำงานเป็นปกติอีกครั้ง
ใครบ้างที่ต้องการอาหารเสริม ลูทีน (Lutein) เพื่อสุขภาพดวงตาที่ดีสม่ำเสมอ
               การได้รับสารอาหาร ลูทีน (Lutein) ที่เพียงพอต่อความต้องการของดวงตา ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งหากให้เจาะจงว่า ใครควรทานลูทีนให้เพียงพอ อาจกล่าวได้ว่า บุคคลที่อายุตั้งแต่ประมาณ 15 ปีขึ้นไป เพราะ เราไม่สามารถเจาะจงได้ว่าใน 1 วันของแต่ละคนนั้น ได้ใช้ดวงตามากน้อยเพียงใด และ ศูนย์เสียลูทีนมากน้อยเพียงใด แต่โดยทั่วไปแล้วผู้ที่ทานบำรุงหรือต้องการลูทีนมักมีอยู่ 5 กลุ่มใหญ่
·       ผู้สูงอายุ ที่อาจมีความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม และการเสื่อมสภาพของดวงตา
·       ผู้ที่ใช้สายตามาก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้โทรศัพท์, คอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน ฯ และขาดการพักสายตาอย่างสม่ำเสมอ
·       ผู้ที่มีอาการผิดปกติของดวงตา เช่น ตาแห้ง แสบตา ตาพร่า ตามัว ตาล้า ปวดเบ้าตา ฯ เนื่องจากสภาพแวดล้อม การใช้สายตามากเกินไป ตลอดจนผลข้างเคียงจากโรค และการใช้ยาบางชนิด
·       ผู้ที่ได้รับการผ่าตัด หรือ เคยได้รับอุบัติเหตุที่อาจมีผลกระทบกระเทือนดวงตาในระดับหนึ่ง  ในกลุ่มนี้เมื่อรักษาอาการหรือผ่าตัดดวงตาเรียบร้อยแล้ว มักยังมีผลข้างเคียงตกค้างของการผ่าตัด หรืออุบัติเหตุที่กระทบดวงตาหลงเหลืออยู่ ดวงตาจึงอาจต้องการการบำรุง ดูแลเป็นพิเศษ และการเติมเต็มลูทีนก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้สุขภาพตาดีขึ้น
·       ผู้ที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพดวงตา กล่าวคือผู้ที่ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพดวงตา เนื่องจาก ต้องทำงานอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ต้องออกกลางแจ้ง  ถูกแสง ถูกลมเป็นปริมาณมาก และ
หลักคิดหากต้องการเลือก ลูทีน (Lutein) เพื่อทานบำรุงสุขภาพดวงตา
               หลักคิดในการเลือกลูทีนสำหรับการทานบำรุงนั้น อาจขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและการตัดสินใจของผู้บำรุงเองส่วนหนึ่ง แต่จะมีหลักคิด 4 ประการสำคัญ ที่อาจช่วยในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้นได้แก่ ปริมาณลูทีน, การบรรจุและความสามารถในการบำรุงสารอาหารลูทีน, การจดทะเบียน อย. อย่างถูกต้อง, ปัจจัยด้านอายุและสุขภาพของผู้บำรุง
·       ปริมาณลูทีน (Lutein) ในผลิตภัณฑ์ อาจไม่ควรต่ำกว่า 6-10 มิลลิกรัม และไม่ควรเกิน 20 มิลลิกรัม ซึ่งมีความเชื่อที่ว่าส่งผลต่อการบำรุงดวงตาอย่างมีประสิทธิภาพ และบำรุงได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีผลข้างเคียง
·       การบรรจุและความสามารถในการบำรุงสารอาหารลูทีน ไม่ว่าจะเป็นชนิดซอฟเจล แคปซูล (Soft gel capsule), ชนิดแคบซูล (capsule)  หรือ ชนิดเม็ด (Tablet) ก็ตาม จะต้องมีความสามารถในการกักเก็บสารอาหารและคงคุณภาพไว้ได้เป็นเวลานาน ตลอดจนความสามารถในการแตกตัว เพื่อให้ร่างกายผู้บำรุงได้รับสารลูทีนอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องทานลูทีนเกินขนาด
·       การจดทะเบียน อย. อย่างถูกต้อง อาจกล่าวได้ว่าในปัจจัยนี้ไม่ได้การันตีหรือรับรองความปลอดภัยได้ 100% แต่สามารถรับประกันได้ว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีมาตรฐานในการผลิตนำเข้าอย่างแน่นอน
·       อายุ และสุขภาพของผู้บำรุง ปัจจัยในข้อสุดท้ายนี้ถือว่าสำคัญมากเนื่องจากจะส่งผลต่อสุขภาพของผู้บำรุงในระยะยาว กล่าวคือ
o   ผู้บำรุงควรมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เนื่องจากช่วงอายุที่ต่ำกว่านั้นยังมีลูทีน (Lutein) สะสมจากการ น้ำนมของแม่อยู่ อาจส่งผลให้ได้รับลูทีนมากเกินไป
o   สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ หรือ กำลังให้นมบุตร ไม่ควรทานบำรุง เนื่องจากจะส่งผลต่อบุตรได้
o   ผู้ที่มีโรคประจำตัวพิเศษ เช่น ผู้มีภาวะเลือดหนืดข้น, ผู้มีโรคแพ้ภูมตัวเอง (SLE), หรือผู้ที่กำลังได้รับการฟอกไต  อาจต้องปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน
สำหรับผู้บำรุงแล้วจะต้องคำนึงปัจจัยหลายข้อหากต้องการทานบำรุงดวงตาด้วยลูทีน ที่สำคัญคุณภาพ และความปลอดภัยของผู้บำรุงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องคำนึงก่อนเป็นอันดับแรก อีกทั้งการบำรุงดูแล สุขภาพดวงตาที่ดีนั้น ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ ตัวผู้บำรุงดูแลดวงตาเอง ที่ต้องบำรุง ดูแลดวงตาอย่างถูกวิธี ใช้ดวงตาอย่างถูกต้อง และต้องหมั่นพักสายตาให้เป็นนิสัย แล้วสุขภาพดวงตาของ “คุณ” จะสุขภาพดีสม่ำเสมอ ถึงแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม
Back to content